โควิด-19 มีแนวโน้มอยู่ยาว แต่ทำไมเด็กเล็กยังไม่ได้รับวัคซีน

โควิด-19 มีแนวโน้มอยู่ยาว แต่ทำไมเด็กเล็กยังไม่ได้รับวัคซีน

August 21, 2021 0 By Cindy

เด็กจะได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แค่ยังไม่ใช่ตอนนี้

ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2019 จนถึงปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกก็ได้มีการแพร่ระบาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยยอดติดเชื้อสะสมมีตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 210 ล้านราย และมีอัตราผู้เสียชีวิตสูงกว่า 4.4 ล้านราย (สถิติ ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2564 อ้างอิง The Standard)

และในขณะนี้ทั่วโลกได้มีการระดุมฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว โดยประเทศที่มีการระดมฉีดวัคซีนสูงสุดคือประเทศจีน (ในเชิงปริมาณ) ในจำนวนกว่า 1.9 พันล้านโดส ตามมาอินเดีย สหรัฐอเมริกา และอื่น ๆ ตามลำดับ ในส่วนของประเทศไทยฉีดไปแล้วประมาณ 24.83 ล้านโดส

โควิด-19 มีแนวโน้มอยู่ยาว แต่ทำไมเด็กเล็กยังไม่ได้รับวัคซีน

โควิด-19 มีแนวโน้มอยู่ยาว แต่ทำไมเด็กเล็กยังไม่ได้รับวัคซีน

อัตราการติดเชื้อของเด็กต่ำมาก ยังไม่จำเป็นต้องฉีด

ซึ่งตั้งแต่ช่วงวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ไทยก็ได้มีการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดโควิด-19 ให้กับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป นั่นจึงทำให้ผู้ปกครองหลาย ๆ คน (ที่ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น) เกิดคำถามและข้อสงสัย ว่าเหตุใดเด็กเล็กจึงยังไม่สามารถรับเข้ารับวัคซีนได้ตอนนี้ ทั้ง ๆ ที่มีความจำเป็น

โดยเรื่องนี้ พญ.เรณุกา จรัสพงศ์พิสุทธิ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคติดเชื้อในเด็ก ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพญาไท ได้กล่าวว่า ขณะนี้มีหลาย ๆ ประเทศที่มีการชะลอการฉีดวัคซีนให้กับเด็ก เนื่องจากวัคซีนดังกล่าวเป็นวัคซีนที่ถูกพัฒนาขึ้นมาแบบเร่งด่วน ดังนั้นผลวิจัยยืนยันความปลอดภัยเมื่อใช้กับเด็กนั้นก็ยังออกมาไม่ครบทุกยี่ห้อ

เด็กจะได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แค่ยังไม่ใช่ตอนนี้

เด็กจะได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แค่ยังไม่ใช่ตอนนี้

นอกจากนี้ศาสตราจารย์อดัม ฟินน์ ซึ่งอยู่ในคณะกรรมาธิการร่วมด้านการให้วัคซีนและภูมิคุ้มกันของสหราชอาณาจักร ยังได้บอกอีกว่านี่ถือเป็นเรื่องดีอย่างหนึ่งของการระบาด เนื่องจากเด็กมีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 ต่ำมาก และเด็กที่ติดเชื้อก็มักมีอาการน้อยหรือบางรายอาจไม่แสดงอาการเลย ซึ่งมันมีความแตกต่างกับกลุ่มคนที่อายุมากกว่าที่จำเป็นจะต้องได้รับวัคซีนก่อน ทั้งยังมีงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ใน วารสารแลนเซ็ต (Lancet) ได้มีศึกษาข้อมูลจาก 7 ประเทศพบว่า มีเด็กน้อยกว่า 2 ในล้านคนที่เสียชีวิตจากโควิด

แต่ทั้งนี้ก็ยังมีเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง นั่นคือกลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี โดยปัจจุบันอัตราการติดเชื้อโควิดของเด็กอยู่ที่ประมาณ 8% แต่หากเชื้อกลายพันธุ์ เปอร์เซ็นต์ในการติดเชื้อของเด็กอาจจะมีโอกาสมากขึ้นด้วยเช่นกัน

อัตราการติดเชื้อของเด็กต่ำมาก ยังไม่จำเป็นต้องฉีด

อัตราการติดเชื้อของเด็กต่ำมาก ยังไม่จำเป็นต้องฉีด

ที่สำคัญองค์การอนามัยโลกยังบอกอีกว่า หลายประเทศที่ร่ำรวยควรจะเลื่อนแผนฉีดวัคซีนให้เด็กไปก่อน และควรจะบริจาควัคซีนคุณภาพดีให้กับประเทศอื่น ๆ เสียก่อน ซึ่งประเด็นนี้ศาสตราจารย์แอนดรูว์ พอลลาร์ด ยังได้บอกเพิ่มเติมอีกว่า นั่นอาจเป็นเรื่องที่ ‘ผิดศีลธรรม’ หากจะเลือกให้วัคซีนเด็กก่อน (ทั้ง ๆ ที่ให้ประโยชน์น้อยกว่า) เพราะฉะนั้นแล้ว

เด็กควรได้รับการฉีดวัคซีนอื่น ๆ ตามช่วงวัยปกติ

แม้ว่าเด็กเล็กยังไม่มีโอกาสได้รับวัคซีนโควิด-19 แต่คุณหมอก็ได้ให้คำแนะนำว่าเด็กควรได้รับหลักและวัคซีนเสริมตามตารางช่วงวัย เพื่อเป็นการลดปัญหาการติดเชื้อเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่รุนแรง เช่น

  • วัคซีนวัณโรค(BCG)
  • วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ (IPD)
  • วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม(MMR) / วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE)
  • วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่นอกจากจะช่วยลดโอกาสการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่ได้แล้ว ยังช่วยลดความสับสนในการตรวจคัดกรองภาวะโรคไข้หวัดใหญ่กับโรคโควิด-19 ได้อีกด้วย ที่สำคัญยังช่วยลดความรุนแรงของโรคเมื่อติดเชื้อ และหากมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลก็มักจะมีระยะเวลาที่สั้นกว่าผู้ที่ไม่เคยรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาก่อนนั่นเอง

โควิด-19 อาจเป็นโรคร้ายที่มีแนวโน้มจะอยู่ในโลกใบนี้ไปอีกนาน อาจจะเป็นโรคที่เกิดขึ้นตลอดเวลาหรือตามฤดูกาลเหมือนโรคอื่น ๆ เพราะฉะนั้นในอนาคตเด็กเล็กและเยาวชนทุกคนก็มีโอกาสที่จะได้เข้ารับวัคซีน (ที่มีคุณภาพ) ด้วยเช่นกัน เอาเป็นว่าตอนนี้ผู้ปกครองควรให้การดูแลเอาใจใส่ เว้นระยะห่างของเด็ก หากิจกรรมใหม่ ๆ ให้เด็กไม่เบื่อ และเลือกทำประกันสุขภาพเด็กเอาไว้ เพื่อเป็นเกราะคุ้มครองในอนาคตก็ดีเหมือนกันนะ